หมอดินอาสาดีเด่น กรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2568
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5


ชื่อ : นายพิชญ์พงษ์ วิลาวรรณ
ตำแหน่ง : หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน
ที่อยู่ : ตำบลหนองกุงใหญ่ อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น
รางวัลและประกาศเกียรติบัตร :
1. เกียรติบัตรเกษตรกรผู้ถือบัตรดินดีต้นแบบสถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่น ปี 2567 ปี 2567 กรมพัฒนาที่ดิน
2. เกียรติบัตรหมอดินต้นแบบด้านการพัฒนาที่ดิน เนื่องในวันหมอดินอาสาประจําปี 2567 ปี 2567 กรมพัฒนาที่ดิน

ลักษณะพื้นที่ ปัญหาของดิน และแนวทางในการแก้ปัญหาพื้นที่ดิน
          หลักคิดการทำงานของหมอดินอาสา : "การครองตน การครองคน และการครองงาน" หมอดินพิชญ์พงษ์ วิลาวรรณมีพื้นทำการเกษตรทั้งหมด 23 ไร่ จัดอยู่ในกลุ่มชุดดินที่ 40 ดินคล้ายชุดดินปักธงชัยที่มีการระบายน้ำดีปานกลาง เป็นดินลึกมาก ดินบนเป็นดินร่วนปนหรือดินร่วนปนทราย สีน้ำตาลพบจุดประสีน้ำตาลแก่ภายในความลึก 100 ซม. ดินเป็นกรดจัดถึงกรดจัดเล็กน้อย (pH 5.0-6.5) ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทำให้ต้องจัดระบบการปลูกพืชที่เหมาะสม ปรับปรุงดินอยู่เสมอโดยการเพิ่มอินทรียวัตถุและมีการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์เพื่อให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
           เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ดินรายแปลงและพบว่า แปลงนาข้าวมี pH 5.7 ปริมาณ N P K และระดับอินทรียวัตถุต่ำ ปรับปรุงดินโดยการปลูกปอเทืองอัตรา 5 กก.ต่อไร่และไถกลบในระยะออกดอกร่วมกับการไถกลบตอซังข้าว วิธีนี้ทำให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและเติมปริมาณธาตุอาหารในดินให้เพียงพอสำหรับนาข้าว ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นจาก 350 เป็น 400-450 กก.ต่อไร่
          แปลงมะม่วง มีpH 5.0 ปริมาณ N P K และระดับอินทรียวัตถุต่ำมาก ปรับปรุงดินโดยการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกและปลูกหญ้าแฝกแล้วตัดหญ้าแฝกคลุมดินและโคนต้นไม้ผลเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นในดิน
           แปลงปลูกผักมีการจัดการดินหลายครั้งในรอบปีเนื่องจากดินที่ปลูกเป็นดินถมที่มาจากแหล่งการขุดลอกแหล่งน้ำและปลูกผักซ้ำบนที่ดินเดินปีละ 3 รอบ เป็นการปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีและมีการใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณน้อย ดังนั้นจึงปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยหมักผลิตเอง ใส่ปุ๋ยคอก 20-50 กก.ต่อไร่ ใช้น้ำหมักชีวภาพ พด.2 เจือจางอัตรา 1:500 รดแปลงผัก นำระบบน้ำหยดมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำ ช่วยประหยัดเวลาแรงงานคน ตัดวงจรของโรคแมลงโดยการปลูกผักหมุนเวียนไม่ซ้ำที่เดิมได้แก่ ผักบุ้ง ผักชี ผักกาด แมงลัก ตะไคร้ กวางตุ้ง กระเจียว มะเขือพวง ถั่วลิสง
           แนวคิดในการพัฒนาพื้นที่เกษตรได้จากการไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นและได้เห็นการทำการเกษตรแบบสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมและการผลิตที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้คิดพัฒนาผืนดินตนเองเป็น “ไร่ออมสิน พอเพียง”และพัฒนาเกษตรกรในชุมชนให้ยั่งยืน มั่นคง ปลอดภัยด้วยการผลิตพืชผักปลอดสารเพื่อบริโภคในครอบครัวและสู่ผู้บริโภค นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่นการขยายพันธุ์พืช การผลิตปุ๋ยหมักแบบเติมอากาศเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต มีการปลูกพืชหลังนาเช่นถั่วลิสง ปอเทือง มันเทศ เพื่อเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดินแปลงนาข้าวร่วมกับการไม่เผาฟางและไถกลบตอซังข้าว
           ในปี พ.ศ. 2562 สถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่นได้สนับสนุนแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานขนาด 1,260 ลบ.ม.เพื่อบรรเทาภัยแล้งซึ่งหมอดินอาสาได้จัดหาแหล่งน้ำขนาด 3 ไร่เพิ่มเติมทำให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประทิธิภาพโดยการปลูกผักบนคันสระ ปลูกหญ้าแฝกรอบขอบบ่อเพื่อป้องกันการพังทลายของขอบบ่อและใบหญ้าแฝกสามารถตัดไปคลุมดินทำให้รักษาความชุ่มชื้นในดินได้ ในบ่อยังมีการเลี้ยงปลา หอย กุ้ง ปลูกบัวแดงและผักกระเฉด
           ปัจจุบันมีการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านผักหนามคำ มีสมาชิก 30 ราย เป็นสมาชิกปลูกผัก 10 รายซึ่งมีการปลูกบนที่ดินของหมอดินอาสา 5 ราย สามารถรวบรวมผลผลิตสู่ตลาดชุมชนและมีผู้มารับซื้อผลผลิตถึงที่และได้ชยายไปยังตลาดสินค้าพรีเมี่ยมบนห้างสรรพสินค้า Big C ขอนแก่น ผลสำเร็จของงานเป็นที่ยอมรับของชุมชนและได้นำไปถ่ายทอดในสื่อต่างๆ มีผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานปีละไม่ต่ำกว่า 500 คน มีรายรับจากกิจกรรมภาคการเกษตรปีละประมาณ 200,000 บาท
          
          
สามารถดูประวัติและผลงานเพิ่มเติมได้โดยสแกน QR Code