หมอดินอาสาดีเด่น กรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2568
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1


ชื่อ : นายนุกุล นามปราศัย
ตำแหน่ง : หมอดินอาสาประจำตำบล
ที่อยู่ : ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี
รางวัลและประกาศเกียรติบัตร :
1. รางวัลชมเชยเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ สาขาอาชีพพืชสวน ปี 2566 กรมส่งเสริมการเกษตร

ลักษณะพื้นที่ ปัญหาของดิน และแนวทางในการแก้ปัญหาพื้นที่ดิน
           หลักคิดการทำงานของหมอดินอาสา : "พออยู่ พอกิน รู้จักใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิด" หมอดินนุกุลมีพื้นที่ทำการเกษตร 256 ไร่ เป็นของตนเอง 10 ไร่ และเช่า 246 ไร่ ปลูกกล้วยหอมทอง 246 ไร่ ฝรั่งพันธุ์หงเป่าสือ 10 ไร่ กลุ่มชุดดินที่ 8 ดินที่มีการยกร่อง เพื่อเปลี่ยนสภาพการใช้ที่ดินจากนาข้าวเป็นพืชผักหรือไม้ผล ทำให้ลักษณะและสมบัติดินในแต่ละพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ โดยทั่วไปจะนำดินชั้นล่างที่มีโครงสร้างแน่นทึบ ความอุดมสมบูรณ์ต่ำมาก ชั้นดินที่เป็นกรดรุนแรงมากไว้ที่ผิวดิน ไม่เหมาะสมต่อการปลูกพืช ต้องมีการปรับปรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ แก้ไขความเป็นกรดรุนแรงมาก มีระบบป้องกันน้ำท่วมและควบคุมระดับน้ำในร่องระหว่างแปลงปลูก
           เก็บตัวอย่างดิน เพื่อการตรวจวิเคราะห์เป็นประจำ ปรับปรุงบำรุงดินตามคำแนะนำ ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ช่วยลดต้นทุน เตรียมดินไถพรวนพร้อมตากดิน ประมาณ 1-2 สัปดาห์ โรยปูนโดโลไมท์ เพื่อปรับ สภาพความเป็นกรดประมาณ 7-14 วัน จากนั้นทำการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ ในอัตรา 25-50 กิโลกรัม/ไร่
           เลือกใช้หน่อพันธุ์กล้วย จากแหล่งต้นพันธุ์ที่ไม่มีโรค ลักษณะสมบูรณ์แข็งแรงเป็นหน่อใบแคบ (ใบดาบ) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หน่อหูฟาง ความสูงประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ก่อนปลูกควรแช่ด้วยน้ำผสมกับเชื้อไตรโครเดอร์มา 1 คืน หรือสารป้องกันกำจัดแมลง
           โกยเลนจากรองสวนเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ 2 ครั้ง เมื่อกล้วยมีอายุ 60 วัน และ เมื่อกล้วยมีอายุ 150-180 วัน พักดินเมื่อเก็บผลผลิตกล้วยหอมแล้ว ตัดต้นกล้วยหอมเดิมทิ้งไว้ในแปลงนาน 1 เดือน เมื่อต้นกล้วยหอมฟ่อแล้วฉีดน้ำหมักชีวภาพ พด. 2 ที่หมักจากต้นกล้วย อัตรา 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร แล้วขุดหลุมปลูกข้าวโพดหวาน เมื่อเก็บข้าวโพดหวานแล้วไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด แล้วจึงปลูกกล้วยหอมรุ่นต่อไป
          ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี จัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน หากพบว่ามีโรคตายพราย หรือใบจุดด่าง จะใช้เชื้อไตรโคเดอร์มา พด.14 ผสมน้ำ 50 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว
           การตลาดมีการวางแผนการผลิตเพื่อกำหนดปริมาณให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทำให้มีรายได้และมีความมั่นคง เพิ่มมูลค่าด้วยการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “กล้วยหอมทองปทุม.”ได้ การรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการเกษตร
          แปรรูปกล้วยที่ตกเกรด (กล้วยตีนเต่า) เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าเช่น กล้วยเบรกแตก เค้กกล้วยหอม กล้วยอบ เป็นการเพิ่มมูลค่าจากผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานความต้องการของตลาด
          รายได้สุทธิจากกล้วยหมอทอง 21,957.69 บาท/ไร่ และมีรายได้สุทธิรวม 3,027,120 บาท/ปี
          เป็นศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์และวิชาการ เป็นสถานที่ศึกษาดูงาน และสถานที่จัดฝึกอบรมของหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัด รวมถึงการออกสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ ยูทูป วิทยุ
          
          
สามารถดูประวัติและผลงานเพิ่มเติมได้โดยสแกน QR Code