ชื่อ : นายสนิท ชาวป่า ตำแหน่ง : หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน ที่อยู่ : ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
| |  | รางวัลและประกาศเกียรติบัตร : 1. รางวัลที่ 3 ระดับประเทศ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตร 2. ผู้ถือบัตรดินดีต้นแบบ ปี 2565 กรมพัฒนาที่ดิน 3. ชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภทพัฒนาพื้นที่ดินเสื่อมโทรมและดินปัญหา ในการประกวดการพัฒนา และรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2563-2564 ปี 2564 สำนักงาน กปร. ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา กรมพัฒนาที่ดิน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ลักษณะพื้นที่ ปัญหาของดิน และแนวทางในการแก้ปัญหาพื้นที่ดิน หลักคิดการทำงาน: ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
นายสนิท ชาวป่า สมัครเข้าเป็นหมอดินอาสาในปี พ.ศ.2558 มีพื้นที่ทำการเกษตร 65 ไร่ มีผลงานโดดเด่นด้านการทำเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน โดยแปลงที่ 1 เป็นดินคล้ายชุดดินเขาพลองที่เป็นดินร่วนละเอียด (Kpg-fl) กลุ่มชุดดินที่ 35 มี 33 ไร่ ปลูกส้มโอ กล้วย มะนาว ลำไย มะชาม ข้าวไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และไม้ใช้สอย แปลงที่ 2 เป็นชุดดินกลางดงที่มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนเหนียว ความลาดชันร้อยละ 2-5 (Kld-clB) กลุ่มชุดดินที่ 31 มี 32 ไร่ ปลูกส้มโอ กล้วย มะนาว ลำไย มะชาม ข้าวไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และไม้ใช้สอย มีการขุดสระเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งทั้ง 2 แปลง
ด้านการจัดการดิน พืช พื้นที่มีปัญหาดินความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เป็นกรดจัด ขาดน้ำในฤดูเพาะปลูก และเกิดการชะล้างพังทลาย มีการตรวจวัดค่า pH ทุก 4 เดือน เพื่อรักษาระดับความเป็นกรด–ด่างให้อยู่ในช่วงเหมาะสม การจัดการ แปลงข้าว (ปลูกระหว่างร่องส้มโอ) ฉีดพ่นสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ย่อยสลายตอซัง (อัตรา 5:100 ต่อไร่) ร่วมกับหว่านปุ๋ยหมัก ใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ป้องกันโรคจากเมล็ดพันธุ์ แล้วไถกลบทิ้งไว้ 15–30 วัน ระยะข้าวอายุ 30, 50 และ 60 วัน ฉีดพ่น พด.2 (อัตรา 1:500) ควบคุมแมลงด้วยสารเร่งซุปเปอร์ พด.7
(อัตรา 1:100) ผสมสารจับใบ 100 มล. ฉีดทุก 3–5 วัน ต่อเนื่อง 3 ครั้ง ตามการระบาดของแมลง หลังเก็บเกี่ยวข้าว ปลูกปอเทืองแล้วไถกลบช่วงออกดอก เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ แปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จัดการเช่นเดียวกับแปลงข้าว และเมื่ออายุ 1 เดือน ใส่ปุ๋ยหมักจากสารเร่ง พด.12 อัตรา 300 กก./ไร่ เพื่อเสริมการเจริญเติบโต แปลงไม้ผลและไม้ยืนต้น หว่านปุ๋ยหมักจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ร่วมกับ พด.12 ฉีดพ่นพด. 2 อัตราส่วน 1:500 เดือนละ 1–2 ครั้ง ห่มดินด้วยฟางและเศษพืชหนา 0.8–1 ฟุต ห่างโคนต้น 0.8 ฟุต เสริมด้วยปุ๋ยคอกและรดน้ำหมัก การอนุรักษ์ดินและน้ำ ขุดคูระบายน้ำในแปลงนา ปลูกหญ้าแฝกรอบทรงพุ่ม (รูปทรงกลมและสี่เหลี่ยม) และรอบขอบสระน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายและรักษาความชุ่มชื้นของดิน.
ด้านการจัดการน้ำ มีการขุดสระน้ำ จำนวน 3 บ่อ และปูแผ่นพลาสติกกันซึม จำนวน 2 บ่อ ในแปลงที่ 2 เพื่อป้องกันการรั่วซึมของสระน้ำ มีการเลี้ยงปลา นำระบบสูบน้ำจากบ่อบาดาลด้วยโซล่าเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์มาติดตั้งเพื่อเติมน้ำลงสระ และให้แสงสว่าง มีการให้น้ำพืชด้วยระบบน้ำหยด เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต
ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของหมอดินอาสา การผลิตส้มโอนอกฤดู ทยอยเก็บผลแก่จัด ไม่เก็บพร้อมกันทั้งแปลง และตัดแต่งกิ่งสลับช่วงเวลาตลอดปี กิ่งที่ตัดก่อนออกดอกก่อน กิ่งที่ตัดหลังออกดอกหลัง จึงควบคุมช่วงออกดอกและกระจายผลผลิตได้ต่อเนื่อง การประยุกต์เครื่องจักรหยอดเมล็ดข้าวไร่ ใช้รถไถเล็กติดจานหยอดเมล็ดข้าวโพดแบบแถวคู่ (ระยะ 75 ซม.) มาหยอดข้าวไร่แบบวิ่งไป–กลับ เนื่องจากข้าวไร่มีระยะห่างแถว 35 ซม. จึงได้ 4 แถวพอดี ส่วนพื้นที่รถเข้าไม่ถึงใช้เครื่องหยอดแบบเดินตาม กำหนดระยะต้น 25 ซม. ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดแรงงาน การจัดการวัสดุเหลือใช้ ใช้รถตัดหญ้าสับย่อยกิ่งไม้จากการตัดแต่ง แล้วคลุมไว้ในร่องไม้ผล เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับปรุงโครงสร้างดิน.
ด้านรายได้ ก่อนดำเนินการปรับปรุงดิน และปรับเปลี่ยนระบบการปลูกพืช ปี 2563 มีต้นทุนการผลิตรวมทั้งสิ้น 130,352 บาท หลังดำเนินการปรับปรุงฯ ในปี 2568 ต้นทุนการผลิตเท่ากับ 115,400 บาท ลดลง 14,952 บาท เดิมมูลค่าผลผลิตรวมเท่ากับ 93,280 บาท หลังดำเนินการปรับปรุงฯ มูลค่าผลผลิตรวมเท่ากับ 122,600 บาท เพิ่มขึ้น 29,320 บาท ส่งผลให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 44,372 บาท
ด้านการตลาด มีการแปรรูปผลผลิตและจัดจำหน่ายในชุมชน และออนไลน์
ด้านการถ่ายทอด ปัจจุบันเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน แปลงสาธิตการไถกลบตอซัง และเป็นแปลงต้นแบบการปลูกหญ้าแฝกบริเวณขอบสระน้ำ มีผู้ที่สนใจเข้าศึกษาดูงานประมาณ 1,000 รายต่อปี | | | สามารถดูประวัติและผลงานเพิ่มเติมได้โดยสแกน QR Code |  |
|
|
|