รองชนะเลิศอันดับ 1 หมอดินอาสาดีเด่น กรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2569
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 8


ชื่อ : นายไพทูลย์ อินหา
ตำแหน่ง : หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน
ที่อยู่ : ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
รางวัลและประกาศเกียรติบัตร :
1. ต้นแบบสัมมาชีพ (ประเภทเกษตรกร) ครั้งที่ 11 ปี 2568 มูลนิธิสัมมาชีพ
2. รองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่น ระดับประเทศ ปี 2568 กรมส่งเสริมการเกษตร
3. โล่เชิดชูเกียรติ ทสม. (อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน) ดีเด่นระดับจังหวัด ปี 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
4. ชนะเลิศผู้นำการเปลี่ยนแปลงดีเด่น เขตตรวจราชการที่ ๑๗ ปี 2564 กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย

ลักษณะพื้นที่ ปัญหาของดิน และแนวทางในการแก้ปัญหาพื้นที่ดิน
           พื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 8 ไร่ 2 งาน ดินจัดกลุ่มชุดดินที่ 15 ชุดดินหล่มสัก การใช้ประโยชน์ที่ดิน ประกอบด้วย พื้นที่ปลูกข้าว และพื้นผัก ในอดีตได้ทำการเกษตรโดยการทำนาและปลูกผักที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเป็นหลัก จึงทำให้ต้นทุนการผลิตสูง และประสบปัญหาภาระหนี้สิน และผลกระทบต่อสุขภาพจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร สำหรับปัญหาดินขาดการจัดการที่เหมาะสม ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ดินเป็นกรดปานกลาง อินทรียวัตถุค่อนข้างต่ำ
          
          การจัดการดินและแนวทางแก้ไข
           นายไพทูลย์ได้ศึกษาความรู้จากกรมพัฒนาที่ดิน และนำมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองและถ่ายทอดให้กับเกษตรกรในชุมชน โดยปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรมาเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งเป็นประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์ PGS บ้านวังร่อง ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านวังร่อง และประธานกลุ่มแปลงใหญ่ผักอินทรีย์ตำบลห้วยไร่ สำหรับการจัดการดิน มีการวิเคราะห์ดินก่อนปลูกพืช ปรับปรุงบำรุงดินด้วยวิธีต่าง ๆ สำหรับการปลูกผักอินทรีย์จะใช้ปุ๋ยหมักจากฟิลเตอร์เค้กอ้อยร่วมกับมูลไก่โดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 อัตรา 4 ตันต่อไร่ต่อปีอย่างต่อเนื่อง จนดินดีขึ้น ปัจจุบันจึงลดอัตราการใช้ปุ๋ยหมักลงเป็น 1 ตันต่อไร่ต่อปี และใช้น้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 อัตราเจือจาง 1:100 ทุกๆ 5 – 7 วัน การกำจัดแมลงศัตรูพืช ใช้น้ำส้มควันไม้ และสารป้องกันแมลงจาก สารเร่งซุปเปอร์ พด.7 การป้องกันกำจัดโรคคพืช ฉีดพ่นด้วย พด.14 ไตรโคเดอร์มาแบบผงละลายน้ำ นอกจากนี้เพื่อเป็นการตัดวงจรโรคและแมลงศัตรูพืชจะมีการเปลี่ยนชนิดผักที่ปลูกด้วย รวมทั้งมีการพัฒนาสูตรวัสดุเพาะเมล็ดแทนการใช้พีทมอสซึ่งมีราคาสูง โดยใช้ขุยมะพร้าว 2 ถุง ปุ๋ยคอกจากมูลวัวหรือมูลควาย 40 กิโลกรัม น้ำหมักปลา 5 ลิตร สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 จำนวน 1 ซอง รำข้าว 1 กิโลกรัม นำมาผสมในเครื่องผสม ปั่น 2 รอบๆ ละ 19 นาที หลังจากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น นำไปใช้เป็นวัสดุเพาะกล้า ในส่วนการปลูกข้าว มีการปลูกปอเทืองและไถกลบเพื่อเพิ่มธาตุอาหารและอินทรียวัตถุ โดยปลูกข้าวเพื่อขายเป็นเมล็ดพันธุ์
          
          ผลสำเร็จในการพัฒนาดิน
           จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่การเกษตรมีสภาพดินที่ดีขึ้น ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น โดยดินพื้นที่ปลูกผักมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างของอยู่ในระดับกลาง) ปริมาณอินทรียวัตถุอยู่ในระดับค่อนข้าวสูง ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์อยู่ในระดับสูง) และปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์อยู่ในระดับสูงมาก ผลผลิตทางการเกษตรดีขึ้น ผลผลิตผักเฉลี่ย 3,500 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับข้าวจะปลูกเพื่อขายเมล็ดพันธุ์ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 700 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับการตลาด ส่งผักอินทรีย์จำหน่ายของร้าน Lemon farm จัดตั้งร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ภายใต้ชื่อ “ไทหล่มปันสุข” เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมและจำหน่ายผลผลิตจากเกษตรกรบ้านวังร่อง และจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เพจ “สด แสน สุข พิษณุโลก” และ “ไทหล่ม ปันสุข” เพื่อสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการกระจายผลผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทำให้กลุ่มสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ได้เพิ่มขึ้น
สามารถดูประวัติและผลงานเพิ่มเติมได้โดยสแกน QR Code