หมอดินอาสาดีเด่น กรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2569
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2


ชื่อ : นายพรเทพ บุญมาก
ตำแหน่ง : หมอดินอาสาประจำอำเภอ
ที่อยู่ : ตำบลทุ่งพระยา อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา
รางวัลและประกาศเกียรติบัตร :
1. รางวัลอาสาสมัครเกษตร (อกษ.) ดีเด่น สาขาหมอดินอาสา ปี 2568 กรมส่งเสริมการเกษตร
2. รางวัลชนะเลิศหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่นระดับจังหวัด ประเภทครัวเรือนสัมมาชีพชุมชนตัวอย่าง ปี 2562 กรมการพัฒนาชุมชน

ลักษณะพื้นที่ ปัญหาของดิน และแนวทางในการแก้ปัญหาพื้นที่ดิน
          หลักคิดในการดำเนินงาน: เกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่
          
           พื้นที่ถือครองจำนวน 29 ไร่ (เอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.) จัดอยู่ในกลุ่มชุดดินที่ 48 ชุดดินบางคล้า (Bka) มีข้อจำกัดด้านดินตื้น ดินปนกรวดหิน เสี่ยงต่อการชะล้างพังทลาย และมีต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง
          การใช้ประโยชน์ที่ดินแบ่งออกเป็น เกษตรผสมผสาน 8 ไร่ (ทำนา 4 ไร่ และไม้ผล เช่น มะม่วง ลำไย มะขาม และโกโก้ 4 ไร่) ยางพาราและไม้ยืนต้นผสม 16 ไร่ แหล่งน้ำ 3 ไร่ ที่อยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้าง 2 ไร่
           นายพรเทพได้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากกรมพัฒนาที่ดินมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่อย่างเหมาะสม ได้แก่ การใช้ชุดตรวจวิเคราะห์ดินภาคสนาม (LDD Soil Test Kit) การใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สารเร่ง พด.1 พด.2 และ พด.7 การปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำการปรับปรุงดินด้วยปูนโดโลไมท์เพื่อปรับค่าความเป็นกรด–ด่าง (pH) ให้อยู่ในระดับเหมาะสม
           การทำนาข้าวอย่างยั่งยืน ดำเนินการโดยไม่เผาตอซัง หลังฤดูเก็บเกี่ยวจะหว่านปอเทืองเป็นปุ๋ยพืชสด เมื่อมีอายุประมาณ 45 วัน จึงไถกลบเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับปรุงโครงสร้างดิน พร้อมใช้น้ำหมักชีวภาพในอัตรา 10 ลิตรต่อน้ำ 100 ลิตร ในช่วงไถดะและตีเลน เพื่อเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของดิน
           การดูแลไม้ผลและไม้ยืนต้น ใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับน้ำหมักชีวภาพในการบำรุงดินและพืช ควบคู่กับการใช้น้ำหมักสมุนไพรเพื่อป้องกันและขับไล่แมลงศัตรูพืช สำหรับไม้ยืนต้นใช้ปุ๋ยหมักในอัตราเฉลี่ย 400 กิโลกรัมต่อพื้นที่เพาะปลูก เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินอย่างต่อเนื่อง
           พื้นที่แหล่งน้ำขนาด 3 ไร่ ได้รับการบริหารจัดการเพื่อให้มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูการผลิต พร้อมทั้งใช้เป็นแหล่งเลี้ยงปลา และเป็นจุดเรียนรู้ด้านการเพาะพันธุ์ปลานิลในชุมชน
          รายได้หลักมาจากยางพารา มีกำไรสุทธิเฉลี่ยประมาณ 8,990 บาทต่อไร่ และข้าวมีกำไรสุทธิเฉลี่ยประมาณ 13,130 บาทต่อไร่ สะท้อนถึงประสิทธิภาพการจัดการต้นทุนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
           ปัจจุบันได้จัดตั้งกลุ่มธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ มีสมาชิกจำนวน 27 ราย และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ สถานีพัฒนาที่ดิน สำนักงานประมงจังหวัด (จัดตั้งกลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดบ้านทุ่งวัว)สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ในโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเขตปฏิรูปที่ดิน
           ผลงานได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อหลากหลายช่องทาง เช่น วิทยุชุมชน สื่อออนไลน์ YouTube เว็บไซต์ศูนย์สื่อสร้างสรรค์ตะวันออกดีจัง และห้องสมุดประชาชนอำเภอสนามชัยเขต
          
          
สามารถดูประวัติและผลงานเพิ่มเติมได้โดยสแกน QR Code