เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปี 2569
ชนะเลิศหมอดินอาสาดีเด่น กรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2569
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12


ชื่อ : นางเกษร ทองคำ
ตำแหน่ง : หมอดินอาสาประจำอำเภอ
ที่อยู่ : ตำบลเกาะเต่า อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง
รางวัลและประกาศเกียรติบัตร :
1. หมอดินอาสาดีเด่นผู้ช่วยเหลือหน่วยงานเป็นที่ประจักษ์ ระดับจังหวัด ปี 2568 กรมพัฒนาที่ดิน
2. หมอดินอาสาดีเด่น ระดับจังหวัด ปี 2565 กรมพัฒนาที่ดิน
3. เกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ระดับจังหวัด ปี 2563 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์
4. เกษตรกรดีเด่น สาขาการผลิตพืชอินทรีย์ดีเด่น ระดับประเทศ ปี 2562 กรมวิชาการเกษตร

ลักษณะพื้นที่ ปัญหาของดิน และแนวทางในการแก้ปัญหาพื้นที่ดิน
           หมอดินเกษร ทองคำ ในอดีตต้องเผชิญกับปัญหาดินเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีสะสม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเป็นโรคภูมิแพ้ และมีต้นทุนการผลิตสูง จึงนำปัญหามากำหนดแนวทางแก้ไขให้ตรงจุดและเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ วางแผนปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นขั้นตอน ปี พ.ศ. 2558 ได้สมัครเป็นหมอดินอาสา และปี 2560 เริ่มปรับพื้นที่บางส่วนเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรผสมผสาน พื้นที่ทั้งหมด 48 ไร่ แบ่งพื้นที่การเกษตรให้สอดคล้องกับศักยภาพของดินและน้ำ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของลักษณะดิน ซึ่งเป็นชุดดินคลองเต็ง (Klt) สายบุรี (Bu) นาทอน (Ntn) ท่าแซะ (Te) ดินร่วนปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและเป็นดินกรด แบ่งเป็น ยางพารา 6 ไร่ ข้าว 11 ไร่ หญ้าเลี้ยงสัตว์ 9 ไร่ เกษตรผสมผสาน ไม้ผล ทุเรียน เงาะ พืชผัก เช่น พริก โหระพา กะหล่ำปี แตงกวา ข้าวโพด ถั่วฝักยาว ผักกาด ขึ้นฉ่าย ประมง ปศุสัตว์ และที่อยู่อาศัย 8 ไร่ กล้วยหอม 1 ไร่ ไม้เศรษฐกิจ (ไม้ยืนต้น/มะพร้าว) 2 ไร่
           หมอดินเกษร ดำเนินการฟื้นฟูดินอย่างต่อเนื่องโดยทำตามคำแนะนำตามหลักวิชาการ ศึกษาสมบัติดินและการจัดการดินผ่านแอพพลิเคชั่น LDD Soil guide ตรวจวิเคราะห์ดินในสนามอย่างง่าย (LDD Test Kit) เพื่อช่วยในการจัดการดินและปุ๋ย และพัฒนาแหล่งน้ำควบคู่ไปด้วย การใช้บัตรดินดี รู้จักชุดดินในแปลง ได้รับคำแนะนำการจัดการดินที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ใช้ AI Chatbot น้องดินดี ผ่านแอปพลิเคชัน Line เพื่อสอบถามข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดิน ได้อย่างรวดเร็ว ใช้เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดิน และนวัตกรรมท้องถิ่นอื่น ๆ มาประยุกต์ใช้ ทดลอง ปรับใช้ และพัฒนาเทคนิคการใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ของตนเองจากทรัพยากรที่มีในพื้นที่ เช่น เศษวัสดุทางการเกษตร พืชสมุนไพรท้องถิ่น ต้นข่า ตะไคร้หอม ใบสะเดา บอระเพ็ด ต้นยาสูบ ใบคุระ (มีฤทธิ์ร้อน) ใบปาหมี (มีฤทธิ์เมา) เสมือนทำวิจัยในแปลงเกษตร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพดิน ทรัพยากรที่มีอยู่ และระบบการผลิตในพื้นที่จริง เช่น การปลูกพืชปุ๋ยสด การทำปุ๋ยหมัก จากสารเร่งซุปเปอร์พด. 1 การทำน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ จากเศษปลา จากสารเร่งซุปเปอร์พด. 2 ด้านการควบคุมโรคพืช เช่น การผลิตเชื้อจุลินทรีย์ควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืช จากสารเร่งซุปเปอร์พด. 3 การผลิตสารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น จากสารเร่งซุปเปอร์ พด. 6 การผลิตสารควบคุมแมลงศัตรูพืช โดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด. 7 การผลิตสารควบคุมและกำจัดโรคพืช โดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด. 14 การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาป้องกันกำจัดโรคพืช การใช้ พด. 15 แบคทีเรียสังเคราะห์แสง การควบคุมศัตรูพืชโดยใช้ศัตรูธรรมชาติ แมลงหางหนีบและมวนพิฆาต การจัดการน้ำ มีการขยายสระเก็บน้ำเดิม ขุดคูล้อมรอบแปลงเป็นร่องสวนเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บกักน้ำ และสร้างธนาคารน้ำใต้ดิน
          มีการใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) มีเทคนิคการปลูกพืชผักอินทรีย์แบบประหยัดน้ำในท่อซีเมนต์ โดยนำความรู้มาประยุกต์ใช้ มีข้อดีช่วยในการประหยัดเวลา ประหยัดน้ำ พืชที่ปลูกต้องเป็นพืชที่มีระบบรากสั้น การเลี้ยงไก่ในสวนให้อารมณ์ดี น้ำที่ให้ไก่กินต้องเปลี่ยนน้ำทุกวัน และเสริมน้ำหวาน (เฮลูบอย) 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 5 ลิตร ให้ไก่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ไก่อารมณ์ดี แข็งแรง ทำให้ไก่ออกไข่สม่ำเสมอ จากการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของผลผลิต เกิดผลผลิตที่ปลอดภัย ปี 2561 ได้รับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกษ. 9000 และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ TAS (มกษ. 9000-2564) สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน
           ด้านการตลาด หมอดินเกษร เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ “สวนเกษตรทองคำ” รวมกลุ่มเกษตรกรวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด สามารถกำหนดราคาขายเอง และพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับกลุ่มผู้รักสุขภาพ พร้อมขอการรับรองมาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือของสินค้า โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ในครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการตลาดออนไลน์ ควบคู่กับการจำหน่ายหน้าฟาร์ม ตลาดท้องถิ่น และการเชื่อมโยงตลาดผ่านหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมและกระจายผลผลิตของเกษตรกรในชุมชน ช่วยลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด เพิ่มอำนาจต่อรองด้านราคา และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน เมื่อเปรียบเทียบปี 2558 ต้นทุน 40,200 บาทต่อปี รายได้สุทธิ 360,000 บาทต่อปี หลังจากปรับเปลี่ยนปลูกพืชผสมผสาน ปี 2568 มีต้นทุน 103,000 บาท รายได้ 978,000 บาทต่อปี รายได้สุทธิ 875,000 บาทต่อปี
           ปัจจุบันพื้นที่การเกษตรของหมอดินเกษร เป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดอบรมเครือข่าย ศพก. จาก 77 จังหวัด ทั่วประเทศ นอกจากนี้ มีฐานการเรียนรู้ประมาณ 14 ฐาน ครอบคลุมด้านการพัฒนาที่ดิน การใช้สารชีวภัณฑ์ และการแปรรูปสินค้าเกษตร มีผู้เข้าเยี่ยมชม และฝึกอบรมเฉลี่ยปีละกว่า 3,000 ค
          
สามารถดูประวัติและผลงานเพิ่มเติมได้โดยสแกน QR Code